อิหร่านกับสหรัฐฯแค้นกันเรื่องอะไร (1)

0
130
เมื่อวานผมรับใช้ถึง ค.ศ.1921 นายทหารบกที่ชื่อว่า เรซา ข่าน ปฏิวัติโค่นราชวงศ์กอญาร์แล้วสถาปนาราชวงศ์ปาห์ลาวี ตั้งตนเป็นเรซา ชาห์ เปลี่ยนชื่อประเทศจากเปอร์เซียเป็นอิหร่าน และมีนโยบายจะทำอิหร่านให้เป็นตะวันตก ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษกับรัสเซียบุกอิหร่านเมื่อ ค.ศ.1941 ถอดชาห์ออกจากราชสมบัติ เรซา ชาห์ จึงสละตำแหน่งให้โอรสคือ โมฮัมมัด เรซา ปาห์ลาวี

ค.ศ.1951 ดร.โมซัดดิกได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี แกเป็นพวกชาตินิยม เข้ายึดกิจการน้ำมันเป็นของรัฐ สหรัฐฯจึงให้ซีไอเอหนุนพระเจ้าชาห์ปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาลของ ดร.โมซาดิก ต่อมา ชาห์รณรงค์การปฏิวัติขาว ให้สัญญากับประชาชนว่าจะปฏิรูปที่ดิน การศึกษา พัฒนาชนบท และจะให้สิทธิสตรี แต่พวกเจ้าของที่ดินรายใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือ การปฏิวัติขาวของชาห์ก็เหลวเป๋ว พระองค์จึงหันไปใช้อำนาจเผด็จการมากขึ้น ตั้งหน่วยตำรวจลับและละเมิดสิทธิมนุษยชน

สหรัฐฯขายอาวุธให้ชาห์ จนกองทัพอิหร่านใหญ่โตที่สุดในตะวันออกกลาง ชาห์ก็ตอบแทนด้วยการให้สิทธิพิเศษแก่คนอเมริกันที่ทำผิดในอิหร่าน โดยให้ใช้กฎหมายอเมริกันพิจารณาคดีได้

มีนักการศาสนาคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่เมืองกุมชื่อโคมัยนี วิจารณ์นโยบายของชาห์จนถูกจับ ออกจากคุกมาแล้วก็ยังวิจารณ์ต่อ ชาห์ จึงเนรเทศไปตุรกี แล้วย้ายมาอิรัก ตอนหลังไปอยู่ฝรั่งเศส ระยะเวลาที่อยู่ต่างประเทศนานถึง 15 ปี โคมัยนีส่งคำสอนมาสื่อสารกับประชาชนตลอด จนสามารถปฏิวัติโค่นล้มชาห์ได้เมื่อ พ.ศ. 1979 สิ้นสุดการปกครองระบอบกษัตริย์ในอิหร่านที่ปกครองติดต่อกันมานานถึง 2,500 ปี

โคมัยนีเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีการตั้งสภามัจญ์ลิสร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้ที่ได้รับเลือกคนแรกคือ อะบุลฮะซัน บานี-ซาดร์ แต่เป็นได้เพียงปีเดียวก็ถูกสภามัจญ์ลิสถอดถอน ประชาชนก็เลือกมุฮัมมัด อาลี ราจาอี เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 เป็นได้เดือนกว่าก็ถูกฆ่าตาย จึงต้องมีการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ได้ซัยยัด อาลี คอเมเนอี เป็นประธานาธิบดี (1981-1989)

เมื่ออิหม่ามโคมัยนีถึงแก่อสัญกรรม สภาการชำนัญพิเศษได้เลือกซัยยิด อาลี คอเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดแทนอิหม่ามโคมัยนีจนถึงปัจจุบัน

ประชาชนอิหร่านจึงเลือกฮาชิมี รัฟซันจานี เป็นประธานาธิบดีอีก 2 สมัย (1989-1997) ตามด้วยซัยยิด มุฮัมมัด คอตามี (1997-2005) ในยุคที่คอตามีเป็นประธานาธิบดีนี่ละครับ แกเดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก การไปเจรจาความเมืองทำให้ความสัมพันธ์อิหร่านกับสหรัฐฯดีขึ้น จากนั้นก็เป็นยุคของประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มะดี เนจาด (2005-2013) ยุคของเนจาดพวกตะวันตกโจมตีอิหร่านเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านก็บอกว่าเป็นการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติ ปัจจุบันประธานาธิบดีอิหร่านชื่อ ฮัสซัน โรฮานี (2013-ปัจจุบัน)

สหรัฐฯเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอิหร่าน เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐฯไปหนุนราชวงศ์ปาห์ลาวีอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ราชวงศ์นี้ครองบัลลังก์เพียงไม่กี่ปี พวกเจ้าชาย เจ้าหญิง และเชื้อพระวงศ์ 63 พระองค์ ครอบครองทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (6 แสนล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นที่ดินผืนงามในกรุงเตหะราน โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ บริษัทขนาดใหญ่เป็นของเชื้อพระวงศ์ทั้ง 63 พระองค์นี้เกือบทั้งสิ้น ที่มากที่สุดคือเงินฝากในธนาคารต่างประเทศ

ตอนนั้น มีคนต่อต้านชาห์และสหรัฐฯอยู่หลายกลุ่ม มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอิหร่าน กลุ่มแนวหน้าแห่งชาติ ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพแห่งอิหร่านและกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนอิหร่านเป็นรัฐอิสลาม

ชาห์มุฮัมมัด เรซา ปาห์ลาวี เอาแต่ใจพระองค์เป็นหลัก ประกาศยกเลิกคัมภีร์อัลกุรอานในการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในสภาท้องถิ่น และประกาศว่าจะเปลี่ยนอิหร่านให้เป็นแบบตะวันตก พวกผู้รู้ทางศาสนาหรืออุลามาส่งผู้แทนไปพบหลายครั้งให้ทรงเปลี่ยนพระทัย แต่พระองค์ก็ยืนยันในสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว แถมยังส่งทหารไปยิงนักศึกษาที่สถาบันการศึกษาฟัยซียะห์ ที่อิหม่ามโคมัยนีสอนอยู่ ตายไปหลายคน

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here