อิหร่านกับสหรัฐฯแค้นกันเรื่องอะไร (2)

0
130
มาว่ากันต่อเรื่องความแค้นสะสมระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ที่เริ่มนับหนึ่งจากการที่พระเจ้าชาห์ถูกอิหม่ามโคมัยนีโค่นล้ม และทำลายผลประโยชน์สหรัฐฯในอิหร่าน

อิหม่ามโคมัยนีปราศรัยที่เมืองกุมว่า “ถ้าชาห์ไม่เปลี่ยนแปลงพระองค์ วันหนึ่งก็จะต้องออกไปนอกประเทศ และราษฎรจะรู้สึกขอบคุณ” ชาห์จึงส่งทหารมาจับโคมัยนีไปขังที่เรือนจำกรุงเตหะราน ตอนนั้น ชาห์คิดว่าอิหร่านถูกปกครองด้วยระบอบกษัตริย์มานาน 2,500 ปี อย่างไรเสียประชาชนต้องชินกับการหนุนกษัตริย์มากกว่านักการศาสนา แต่ชาห์ก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะแค่คืนเดียวที่โคมัยนีอยู่ในคุก ประชาชนเรือนหมื่นจำนวนแสนออกมาประท้วงทั่วกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ จนชาห์ต้องรีบปล่อยตัวอิหม่ามโคมัยนีในวันต่อมา

ไม่กี่วันให้หลัง อิหม่ามโคมัยนีวิจารณ์ประเด็นชาห์ให้สิทธิพิเศษแก่คนอเมริกันไม่ต้องขึ้นศาลอิหร่าน เพื่อแลกกับเงินกู้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ชาห์โกรธมาสั่งคอมมานโดไปล้อมบ้านโคมัยนี จับโคมัยนีใส่เครื่องบินเนรเทศไปอยู่ตุรกี โคมัยนีอยู่ตุรกีพักเดียวก็อพยพไปอยู่อิรักนานถึง 13 ปี ช่วงนี้นี่แหละครับ ที่โคมัยนีฟูมฟักลูกศิษย์ด้านความคิดของการปฏิวัติและการปกครอง

ค.ศ.1977 ลูกชายคนโตของอิหม่ามโคมัยนีตาย มีข่าวลือว่ามาจากฝีมือของตำรวจลับของพระเจ้าชาห์ ผู้คนจึงออกมาประท้วงกันทั่วกรุงเตหะราน เมืองชีราช ตับรีซ และยัซด์ เหตุการณ์เริ่มบานปลาย ราษฎรเริ่มลงหลักปักใจว่าจะต้องล้มราชวงศ์ปาห์ลาวีให้ได้ ห้วงนั้นมีการปะทะกันบ่อยระหว่างฝ่ายที่ชอบพระเจ้าชาห์ซึ่งมีสหรัฐฯหนุนหลัง และฝ่ายโคมัยนีที่มีประชาชนหนุน การปราบปรามแต่ละครั้งทำให้ประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก

วันตรุษอีดีลฟิฏริ ค.ศ.1979 มีราษฎรออกมาประท้วงพระเจ้าชาห์กันเป็นแสน พระเจ้าชาห์ตั้งนายพลฆุลาม อาลี โอไวซี รับผิดชอบประกาศกฎอัยการศึกและปราบ แต่ยิ่งกด ยิ่งปราบ ก็ยิ่งมีการรื้อความเลวร้ายของพระเจ้าชาห์ออกมาให้ราษฎรรับรู้ สิ่งที่ไม่เคยได้ยินก็ได้ยิน ทหารบางส่วนรับรู้ความเลวร้ายของชาห์ก็เลิกใช้กำลัง คนหยุดงานกันทั่วประเทศ ทุกทั่วหัวระแหงตั้งกรรมการประสานงานกันเพื่อต่อต้านรัฐบาล พระเจ้าชาห์ประกาศว่า “ข้าพเจ้าจะขึ้นค่าแรง” (เพื่อเอาใจคนงาน) แต่ไม่เป็นผล พระเจ้าชาห์จึงต้องไปขอร้องอิรักให้ไล่โคมัยนีออกนอกอิรัก เพราะการที่มีพรมแดนประชิดติดกัน ทำให้มีการส่งข้อมูลจากอิหม่ามโคมัยนีมายังศิษยานุศิษย์ในอิหร่านได้ง่าย

โคมัยนีจึงต้องไปลี้ภัยที่ฝรั่งเศส แต่กลับพบว่าที่ฝรั่งเศสมีสิทธิเสรีภาพและการคมนาคมสื่อสารดีกว่าอิรัก คนอิหร่านนอกประเทศเดินทางมาพบโคมัยนีได้ง่ายขึ้น สื่อมวลชนตะวันตกให้ความสำคัญต่ออิหม่ามโคมัยนีในฐานะผู้กล้าต้านอำนาจพระเจ้าชาห์ผู้ยิ่งใหญ่ ทุกคนที่มาเห็นโคมัยนีกินง่าย อยู่ง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ก็เพิ่มความเคารพและช่วยเผยแพร่ความคิดปฏิวัติไปได้ไวมากขึ้น

ต่อมานักศึกษาตัดสินใจเข้าร่วมประท้วงพระเจ้าชาห์ด้วย เริ่มมีการปะทะกัน ประชาชนเริ่มยึดสถานีตำรวจและเผาที่ทำการของรัฐบาล ชาห์ที่แต่เดิมเคยใช้คำแทนตัวเองว่า “ชาห์ฮันชาห์” ที่แปลว่า “กษัตริย์ของกษัตริย์” พอเริ่มรู้ว่าราษฎรไม่เอาพระองค์แล้ว ก็ออกโทรทัศน์โดยใช้ศัพท์แทนพระองค์ว่า “พอดเดชาห์” ที่หมายถึง “กษัตริย์” พระองค์ตรัสว่า “ข้าพเจ้าได้ยินเสียงแห่งการปฏิวัติของประชาชนแล้ว การปฏิวัติจะต้องได้รับการหนุนจากข้าพเจ้า ผู้เป็นพอดเดชาห์แห่งอิหร่าน”

ชาห์ออกหน้าจอโทรทัศน์ขออภัยในความผิดพลาดของพระองค์ และสัญญากับประชาชนว่า “ต่อไปนี้จะไม่มีการคอร์รัปชันในอิหร่านอีกแล้ว” “ข้าพเจ้าจะร่วมมือกับฝ่ายค้านนำประชาธิปไตยมาปกครองประเทศ” ทว่าช้าไปซะแล้ว คืนวันที่ 2 ธันวาคม 2521 คนนับล้านออกมาประท้วงรัฐบาล แม้ถูกข่มขู่และถูกทหารฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก แต่ประชาชนก็ยังกล้ามอบดอกไม้ให้ทหาร ในไม่ช้าทหารทั้งหมดก็ถอนตัวเข้ากรมกอง

ทูตอเมริกันส่งโทรเลขถึงประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ว่า “ชาห์ไม่น่าจะครองอำนาจต่อไปได้แล้ว” อ้า พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 
 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here